Data Privacy Policy

 

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

1. บทนำ

1.1 วัตถุประสงค์

เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีประสิทธิภาพและเพื่อให้มีมาตรการเยียวยาเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากการถูกละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพ บริษัท เฟิร์ส ลอจิก จึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้มีแนวทางในการดำเนินการและการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมดังนี้

  • มีคนภายในบริษัทฯ ที่มีความรู้เพื่อทำหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล
  • มีสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และการสนับสนุนที่ดีที่สุดต่อข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับพนักงาน
  • พนักงานทุกคนมีความเข้าใจถึงความรับผิดชอบและวิธีการจัดการต่อข้อมูลส่วนบุคคล
  • บุคคลที่ต้องการส่งคำร้องในการเข้าถึงข้อมูลจะต้องทราบว่า มีขั้นตอนอย่างไร ต้องติดต่อใคร โดยสิ่งเหล่านี้จะต้องได้รับการจัดการอย่างรวดเร็วและถูกต้อง
  • บุคคลต้องมั่นใจว่าข้อมูลของเขานั้นได้ถูกดำเนินการตามหลักการการป้องการข้อมูล โดยข้อมูลจะมีความปลอดภัยตลอดเวลา และจะไม่ถูกเข้าถึงได้จากผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • องค์กรอื่นที่ต้องการถ่ายโอนหรือแชร์ข้อมูลจากบริษัทฯ จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด
  • ระบบใหม่ๆ ใดที่กำลังนำไปใช้จะถูกประเมินว่า มีความเสี่ยง และเสียหาย จากการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องเป็นไปตามที่นโยบายกำหนด

1.2 ขอบเขตการบังคับใช้

นโยบายนี้กำหนดขอบเขตเพื่อนำไปใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวที่ได้รับมาเพื่อดำเนินการ จัดเก็บ แก้ไข เปิดเผย หรือที่ถูกลบ โดยบริษัทฯ เพื่อการดำเนินธุรกิจ ในรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระบบจัดเก็บเอกสาร และสื่ออื่นๆ สิ่งเหล่านี้จะรวมถึงข้อมูลของบริษัทฯ เช่นเดียวกับข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทภายนอกที่มอบความรับผิดชอบให้บริษัทฯ ภายใต้สัญญาที่สื่อถึงข้อกำหนดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้นำไปใช้กับพนักงานทุกคนของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว นักศึกษาฝึกงาน รวมทั้งผู้รับเหมา ที่ปรึกษาและผู้ใช้งานบุคคลที่สาม ซึ่งอาจมีการลงโทษทางวินัยและทางกฎหมายกับผู้ที่ละเลยที่จะปฏิบัติตามนโยบายนี้ รวมถึงคำสั่งให้ระงับการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

1.3   คำนิยาม

  • “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งบริษัทมีการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียง ลูกค้า ผู้ถือหุ้น คู่ค้า ผู้ให้บริการ และผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัท
  • “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม  แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
  • “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพหรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
  • “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม  ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม  ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล  ทั้งนี้  บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  • “บริษัท เฟิร์ส ลอจิก จำกัด” หรือ “บริษัทฯ” หมายถึง “บริษัท เฟิร์ส ลอจิก จำกัด”

 

2. วิธีที่ได้มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ มีการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลด้วยกระบวนการต่อไปนี้

  • บริการอื่นๆ นอกเหนือจากที่กำหนดในเว็บไซต์ของเรา เช่น สินค้าหรือบริการอื่นๆ  ซึ่งดำเนินการโดยเราหรือบริษัทฯ ซึ่งไม่ได้ระบุโดยชัดแจ้งว่าอยู่ภายใต้บังคับของนโยบายนี้
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากบริษัทฯ
  • ข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลที่สาม เช่น ตัวแทน ร้านค้า หรือบริษัทที่ให้การบริการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล คู่ค้า พันธมิตร เป็นต้น
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ เช่น ชื่อของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และที่อยู่ไอพี (IP Address) ผ่านการเข้าใช้อินเทอร์เน็ต วันที่และเวลาของการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ หน้าเพจที่เข้าเยี่ยมชมขณะเข้าเว็บไซต์ และที่อยู่ของเว็บไซต์ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับเว็บไซต์ของบริษัทฯ
  • พฤติกรรมการใช้งานแอปพลิเคชัน โดยจะมีการเก็บ Log การใช้งานของท่านจากบนแอปพลิเคชันของทาง บริษัทฯ
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากข้อมูลสาธารณะ (Public Records) และที่ไม่ใช่สาธารณะ (Non-Public Records) ที่บริษัทฯ มีสิทธิเก็บรวบรวมได้ตามกฎหมาย
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากหน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย

 

3. วัตถุประสงค์ในการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

  • เพื่อการให้บริการ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ รวมถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จะมีในอนาคต ตลอดจนการดูแล การบำรุงรักษา และการดำเนินการ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการดังกล่าว
  • เพื่อการดำเนินธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทฯ
  • เพื่อการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฯ กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อยืนยัน และ/หรือ ระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการเข้าใช้บริการผ่านช่องทางต่างๆ หรือการติดต่อกับบริษัทฯ
  • เพื่อการติดต่อสื่อสาร แจ้ง และ/หรือ รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ จากบริษัทฯ หรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นของบริษัทฯ
  • เพื่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจสอบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงการบริการ การวิเคราะห์การใช้งานด้านบริการ เป็นต้น
  • เพื่อการดำเนินการใดๆ ที่จำเป็นและเหมาะสมในการ
    • ตรวจสอบและป้องกันการกระทำที่ละเมิดหรืออาจจะละเมิดต่อกฎหมาย
    • ตอบสนองต่อคำขอจากหน่วยงานรัฐหรือรัฐบาล รวมถึงหน่วยงานของรัฐหรือรัฐบาลต่างประเทศที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาศัยอยู่
    • บังคับใช้ข้อกำหนดในการให้บริการและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ
    • ปกป้องการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
    • ปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยหรือทรัพย์สินของบริษัทฯ บุคลากร และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น
    • เยียวยา ป้องกัน หรือจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
  • เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย การสืบสวนของเจ้าพนักงาน หรือหน่วยงานกำกับดูแลหรือเพื่อให้เป็นไปตามกฎ ข้อบังคับ หรือข้อผูกพันที่กฎหมายหรือภาครัฐกำหนด

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์อื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการแจ้งเมื่อบริษัทฯ มีการขอเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล อนึ่ง ในการได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมานั้น บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์เหล่านี้ เฉพาะเมื่อเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด
  • ได้รับความยินยอมจากท่าน
  • เพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น
  • เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัทฯ
  • เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
  • เป็นไปเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ หรือความปลอดภัยของท่านและผู้ใช้บริการอื่น
  • เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล

 

 4. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บ/รูปแบบของข้อมูล

บริษัทฯ จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ไว้กับบริษัทฯ โดยตรงหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับจากการให้บริการหรือการดำเนินงานของบริษัทฯ ผ่านทุกช่องทาง

  • ข้อมูลส่วนบุคคลหมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม  แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ เช่น ชื่อ อีเมล ที่อยู่/ที่อยู่สำนักงาน เบอร์โทรศัพท์ เลขที่บัตรประชาชน  วันเกิด สัญชาติ เพศ สถานภาพการสมรส แม็กแอดเดรสหรือไอดีคุ้กกี้ ที่อยู่ไอพี
  • ข้อมูลพฤติกรรมการสืบค้นหมายถึง ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องต่อบุคคลธรรมดาที่ระบุตัวตนได้ เช่น ประเภทเบราว์เซอร์ โดเมน เว็บไซต์ที่เยี่ยมชม เวลาเข้าเว็บไซต์ ที่อยู่เว็บไซต์อ้างอิงข้อมูลเพื่อการสนับสนุนลูกค้า โดยจะมีการเก็บ Log การใช้งานของท่านจากบนแอพพลิเคชันของทางบริษัทฯ
  • ข้อมูลระบบหมายถึง ข้อมูลที่บริษัทฯจั ดเก็บโดยอัติโนมัติเมื่อท่านล๊อคอินเข้าสู่เว็บไซต์ของบริษัทฯ ไม่ว่าจะผ่านทางคุ้กกี้ เว็บบีคอน ไฟล์ล๊อคอิน สคริปท์ รวมถึง ข้อมูลทางเทคนิค เช่น ที่อยู่ไอพี ประเภทเบราว์เซอร์ โดเมน ประวัติเว็บไซต์ที่เยี่ยมชม เวลาการเข้าใช้งาน ที่อยู่เว็บไซต์ที่อ้างอิง ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ท่านค้นหาหรือที่ท่านดูในขณะที่ใช้เว็บไซต์ของบริษัทฯ รวมถึง พฤติกรรมการใช้งานแอปพลิเคชัน
  • ข้อมูลที่ตั้งหมายถึง ข้อมูลที่ได้รับจากจีพีเอส ไวไฟ เข็มทิศ เครื่องวัดความเร่ง ที่อยู่ไอพี หรือโพสต์สาธารณะซึ่งระบุข้อมูลที่ตั้ง
  • คุ้กกี้หมายถึง ข้อมูลที่ถูกวางในคอมพิวเตอร์ของท่านโดยเว็บเซิร์ฟเวอร์ หลังจากคุ้กกี้ได้ถูกวางในคอมพิวเตอร์ของท่าน คุ้กกี้จะเก็บหรือจดจำข้อมูลของผู้ใช้จนกว่าผู้ใช้จะปิดเบราว์เซอร์นั้น หรือจนกว่าผู้ใช้จะลบหรือปฏิเสธคุ้กกี้ อย่างไรก็ตาม ท่านจะพบว่าจะเป็นการสะดวกในการนำทางการใช้เว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย เพราะคุ้กกี้จะช่วยเก็บข้อมูลเว็บไซต์ ซึ่งท่านเยี่ยมชมหรือเปิดขึ้น

 

5. ระยะเวลาจัดเก็บ

บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตราบเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และความจำเป็นที่บริษัทฯ จะต้องดำเนินการจัดเก็บรวบรวมและประมวลผล ซึ่งรวมไปถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายที่ใช้บังคับในเรื่องดังกล่าว บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้หลังระยะเวลาที่สัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัทฯ สิ้นผลบังคับระยะเวลาหนึ่ง และสอดคล้องตามระยะเวลาและอายุความของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทฯ จะจัดเก็บไว้ในสถานที่จัดเก็บที่เหมาะสมตามประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้บริษัทฯ จำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปแม้จะพ้นกำหนดอายุความตามกฎหมายแล้วก็ตาม เช่น กรณีอยู่ระหว่างการดำเนินคดีหรือพิจารณาคดีตามกฎหมาย เป็นต้น

บริษัทฯ กำหนดมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งจะถูกนำไปใช้สื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบและมีความเชื่อมั่นในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ดังนี้

  • ต้องไม่ถ่ายโอนหรือจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในอุปกรณ์พกพาใดๆ โดยที่ไม่มีการป้องกันอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าอุปกรณ์นั้นจะเป็นของบริษัทฯ หรือไม่ เช่น อุปกรณ์ต้องกำหนดให้มีการเข้ารหัส
  • อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลทั้งหมด ควรได้รับการเก็บไว้อย่างปลอดภัยด้วยรหัสผ่านและการเข้ารหัสข้อมูล
  • สำเนาข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดพร้อมกับสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ที่เก็บไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถถอดออกได้ ควรเก็บไว้อย่างปลอดภัยในกล่อง ตู้ หรือลิ้นชัก ที่สามารถล็อคได้
  • ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่จัดเก็บทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางบริษัทฯ จะทำการสำรองข้อมูลไว้นอกสถานที่ การสำรองข้อมูลทั้งหมดจะถูกเข้ารหัส

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตราการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (Technical Safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical Safeguard) เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม หมายความว่า มีการธำรงไว้ซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และให้ข้อมูลอยู่ในลักษณะที่พร้อมใช้งาน (Availability) และเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลไปจากบริษัทฯ ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยไม่ชอบ และบริษัทฯ ได้มีการปรับปรุงนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้กำหนดให้พนักงาน บุคลากร ตัวแทน และผู้รับข้อมูลจากบริษัทฯ มีหน้าที่รักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นความลับและมีความปลอดภัยตามมาตรการที่บริษัทฯกำหนด เมื่อต้องมีการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

 

6. การเปิดเผยและถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก และ/หรือ องค์กร หรือหน่วยงานภายนอกเฉพาะในกรณี ดังต่อไปนี้

  • บริษัทฯ ที่มีความเกี่ยวข้อง และบริษัท เฟิร์ส ลอจิก บริษัทจะแชร์หรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายในบริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด
  • ผู้รับเหมา/คู่สัญญา: ในกรณีที่บริษัทฯ ทำการจ้างผู้รับเหมาเพื่อดำเนินการใดอันจำเป็นใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน จะกำหนดให้ผู้รับเหมาในการดำเนินการนั้น เพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และต้องห้ามมิให้ผู้รับเหมาใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกจากเพื่อสนับสนุนกิจกรรมหรืองานของบริษัทฯ
  • หน่วยงานรัฐบาล รัฐบาล หรือองค์กรอื่นตามกฎหมาย เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง คำร้องขอ เพื่อการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย

การโอน ถ่าย และ/หรือ ส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

ในกรณีที่บริษัทฯ มีการโอน ถ่าย และ/หรือ ส่งข้อมูลไปยังต่างประเทศ บริษัทฯ จะกำหนดมาตรฐานในการทำข้อตกลง และ/หรือ สัญญาร่วมธุรกิจกับหน่วยงาน องค์กรที่จะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นที่ยอมรับ และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้น จะได้รับการคุ้มครองอย่างปลอดภัย อาทิเช่น

  • กรณีที่บริษัทฯมีความจำเป็นในการจัดเก็บ และ/หรือ โอน ถ่าย ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อการจัดเก็บ
  • การประมวลผลในระบบคลาวด์ (Cloud) บริษัทฯจะพิจารณาองค์กรที่มีมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยในระดับสากล และจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบการเข้ารหัส หรือวิธีการอื่นๆ ที่ไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เป็นต้น

ในการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือหน่วยงานอื่น บริษัทฯ จะแสดงชื่อผู้เก็บรวบรวม บุคคลผู้มีสิทธิในข้อมูลที่ได้มีการเก็บรวบรวมอย่างชัดเจน เพื่อให้ท่านได้รับทราบ นอกจากนี้ บริษัทฯ จะจัดทำบันทึกการเชื่อมโยงข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน

 

7. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและความลับของข้อมูลส่วนบุคคล

เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความมั่นใจในการบริหารจัดการของบริษัทฯ ในการป้องกันความเสี่ยงอันอาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเข้าถึงโดยมิชอบ รั่วไหล ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข สูญหาย บริษัทฯ จึงได้สร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านการรักษาความปลอดภัยสารสนเทศที่เป็นที่ยอมรับและการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

กลุ่มบริษัทฯ มีมาตรการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จะกำหนดให้เฉพาะบุคคลที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวในการนำเสนอสินค้า ผลิตภัณฑ์และ บริการ และเพื่อการให้บริการของบริษัทฯ ซึ่งบุคคลที่บริษัทฯ อนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น จะต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามมาตรการการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด ตลอดจนการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว โดยบริษัทฯ มีมาตรการป้องกันทั้งเชิงบริหารจัดการ เชิงกายภาพและเชิงอิเล็กทรอนิกส์เป็นไปตามมาตรฐานการกำกับดูแลที่บังคับใช้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งการกระทำอื่นใดที่นอกเหนือหรือไม่ได้รับอนุญาตรวมถึงการส่งข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหวไปยังบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือการใช้งานที่ทำให้บริษัทฯ เสียหาย จะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนนโยบายนี้ด้วย

 

8. สิทธิที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถใช้สิทธิที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่บริษัทฯ แจ้งช่องทางและวิธีการติดต่อ ตามสิทธิที่ท่านพึงมี ดังนี้

  • สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ บริษัทฯ หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม
  • สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนจากบริษัทฯ ได้ รวมทั้งมีสิทธิ ขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือ ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
  • สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน
  • สิทธิดำเนินการลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
  • สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิขอให้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ และทำให้ข้อมูลถูกต้องเป็นปัจจุบัน
  • สิทธิในการขอถอนความยินยอม ซึ่งท่านสามารถใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้

 

9. การสื่อสารนโยบาย

นโยบายฉบับนี้กำหนดให้มีการสื่อสารภายในให้แก่พนักงาน ลูกจ้าง นักศึกษาฝึกงานทุกคน โดยจัดทำเป็นประกาศ/บันทึก และ จัดเก็บอย่างเหมาะสม ผ่านทางเว็บไซต์บนอินทราเน็ต สำหรับการสื่อสารภายนอกให้บุคคลทั่วไป ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร โดยเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ

 

10. ช่องทางการติดต่อสื่อสาร

หากมีข้อสงสัยใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อสอบถามผ่านทางช่องทางที่กำหนดไว้ ดังนี้

บริษัท เฟิร์ส ลอจิก จำกัด

127/22  ถนนนนทรี  แขวงช่องนนทรี

เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์  02-7819104

Email: contactcenter@firstlogic.co.th

หรือ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)

Email: dpo@firstlogic.co.th

 

11. การเฝ้าติดตาม ทบทวน และ ปรับปรุงนโยบาย

นโยบายฉบับนี้กำหนดให้มีการเฝ้าติดตาม และ กำหนดตัวชี้วัดเพื่อวัดประสิทธิภาพของกระบวนการปฏิบัติงานเพี่อให้สอดคล้องตามนโยบายนี้ โดยจะต้องมีการกำหนดแผนให้มีการวัดผลเป็นประจำสม่ำเสมอ และ มีการทบทวนนโยบายฉบับนี้ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือ หากมีการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ กระบวนการปฏิบัติงาน การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี หรือรายงานเหตุการณ์ละเมิดด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับนโยบายฉบับนี้